วันจันทร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2552

สรุปบทที่ 4

ความหมายของรีเอ็นจิเนียริ่ง

ตามพจนานุกรมไทยได้บัญญัติศัพท์คำว่า Reengineering เป็นภาษาไทยว่า คือ "การรื้อปรับระบบ" ซึ่งมีหลายความหมายดังต่อไปนี้
1.การเริ่มต้นกันใหม่โดยไม่ยึดติดกับสิ่งที่เกิดขึ้นมา จากอดีตจนถึงปัจจุบัน หรือไม่ใช่การเปบลี่ยนแปลงที่ละเล็กทีละน้อยที่ยังคงบึดติดกับฐานโครงสร้างปัจจุบันอยู่


2.การพิขารณาหลักการพื้นฐาน(Fundamental) อีกครั้งหนึ่งและการออกแบบกระบวนการทางธุรกิจ (Busjiness process) อีกครั้ง ชนิดที่เรียกว่าอย่างถอนรากถอนโคน (Radical redesign) เพื่อก่อให้เกิดการปรับปรุงที่ที่ยิ่งใหญ่อย่างเห็นด่นชัด (Dramatic) มีหลักเกณฑ์สำคัญที่ใช้สำหรับวัดผลการดำเนิธุรกิจ ได้แก่ ด้านต้นทุน คุณภาพ การบริการ และความรวดเร็ว

3.การรีเอ็นจิเนียริ่ง คือ รูปแบบการนำกระบวนการจัดการใหม่มาแทนกระบวนการที่ใช้อย่เดิมอย่างถอนรากถอนโคนหรือเรียกว่า คือการปกดิษฐ์ค้นคิดหากระบวรการดำเนินกิจการขึ้นมาใหม่ เพื่อฉกฉวยข้อได้เปรียบขององค์การเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จในการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จในการทำรีเอ็นจิเนียริ่ง มีดังนี้

1.ใช้กลยุทธ์เป้นตัวนำ ก่อนอื่นต้องพิจารณาว่าอยากให้ธุรกิจของเราเป็นธุรกิจอะไรแบบไหนในอนาคต และพยายามมองหาวิธีการที่จะสร้างวผลกำไรจากธุรกิจนี้ เช่น การปรับกลยุทธ์มาเน้นการผลิตและการบริการที่สร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันโดยเป็นองค์การที่มีต้นทุนต่ำที่สัดและสามารถเพิ่มคุณค่าในสินค้าและบริการเหนือคู่แช่งขันการรีเอ็นจิเนียริ่งจึงเกี่ยวกับการปฏิบัติการ (Operations) และมีกลยุทธ์เป็นเครื่องชี้ว่า การรีเอ็นจิเนียริ่งจะมีปฏิบัติการไปในลักษณะใด

2. ต้องอาศัยการเริ่มและบังคับบัญชาโดยผู้บริหารระดับสูง การรีเอ็นจิเนียริ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานหลายหน่วยงาน ในบริษัทซึ่งอาจต้องมีการปรับปรุงขั้นตอนต่อเนื่องกันระหว่างแตน่ละหน่วยงาน

3. สร้างบรรยากาศของความเร่งด่วน บางครั้งการรีเอ็นจิเนียริ่ง อาจไปไม่ถึงปลายทางเพราะสาเหตุจากแรงกดดันด้านการเมืองภายในบริษัท ดังนั้นผู้บริหารจะต้องสร้างบรรยากาศให้งานต่างๆ มีความเร่งด่วนผล้กดันงานให้มีความต่อเนื่อง

4.การออกแบบกระบวนการภายนอก ประเด็กที่เป็นพลังสำคัญของการรีเอ็นจิเนียริ่งอีกอย่าง ก็คือ กระดาษเปล่าเพียง 1 แผ่น ที่ใช้สำหรับเขียนขั้นตอนการทำงานแบบใหม่ ก่อนที่จะเริ่มปร้บปรุงงานนั้น ควรจะตั้งคำถามในลักษณะที่ว่า ลูกค้าต้องการอะไรแทนที่จะถามคำถามในลักษณะเดิมที่ว่า เราอยากจะขายอะไร

5. การดำเนินการที่ปรึกษา บ่อยครั้งที่พบว่าที่ปรึกษาทางธุรกิจขององค์การอาจทำอะไรที่ผิวเผินที่ปรึกษาเหล่านี้เข้ามาสำรวจ สัมภาษณ์พนักงาน แล้ววิเคราะห์ผลจากตัวเลข นำเสนอข้อคิดเห็นในสิ่งที่ค้นพบต่างๆ และทิ้งแฟ้มรายงานนั้นไว้

6. ทำการผนวกกิจกรรมของระดับบนลงสู่ระดับล่าง กับกิจกรรมระดับล่างขึ้นสู่ระดับบนเข้าด้วยกัน ถ้ามองอย่างผิวเผินแล้ว การรีเอ็นจิเนียริ่งเป็นการเน้นหนักเรื่องภาวะความเป็นผู้นำ เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงอย่างถอนรากถอนโคลน ซึ่งจะขัดแย้งกับแนวคิดการจัดการคุณภาพทั่วทั้งองค์การ TQM (Total Quality Management) หรือ การมีส่วนร่วมของพนักงานในกิจกรรมอื่นๆ (Participative Management) สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็คือ การรีเอ็นจิเนียริ่ง ไม่สามารถเริ่มต้นได้จากระดับล่าง เพราะอาจจะมีการขัดขวางจากกลุ่มคนหรือหน่วยงานภายใยองค์การแต่การบริหารจากระดับบนสู่ระดับล่าง หรือจากระดับล่างขึ้นสู่ระดับบนนั้นไม่ได้มีความขัดแย้งกัน

วันจันทร์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2552

เครื่องยิง บาร์โค้ด

1.1 รายละเอียดทั่วไป
เครื่องสแกนบาร์โค้ดเป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ติดอยู่ด้านหลังที่เปิดบน Fascia ของ Terminal และควบคุมด้วยซอฟต์แวร์ที่ใช้งานใน Terminal
เครื่องสแกนบาร์โค้ดจะสแกนและถอดรหัสสัญลักษณ์บาร์โค้ดที่พิมพ์อยู่บนเอกสาร เพื่อให้การชำระเงินผ่าน Terminal แบบบริการตัวเองของธนาคารง่ายดายยิ่งขึ้น
ลูกค้าเลือกการใช้งานบน Terminal และวางเอกสารไว้บนแท่นเฉพาะบน Fascia ของ Terminal เพื่ออ่านสัญลักษณ์บาร์โค้ด
จะมีการเข้ารหัสสัญลักษณ์บาร์โค้ดและมีข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการดำเนินธุรกรรมของธนาคาร
เครื่องสแกนบาร์โค้ดประกอบด้วยเครื่องสแกนที่ใช้แสงเลเซอร์ลำแสงเดียวและกลไกการถอดรหัส
เมื่อมีคำสั่งจากซอฟต์แวร์สั่งการทำงาน เครื่องจะปล่อยลำแสงเลเซอร์ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ลำแสงเลเซอร์จะข้ามผ่านที่ี่เปิดบน Fascia ของ Terminal จนถึงแท่นที่อยู่บน Fascia ของ Terminal พร้อมให้ลูกค้าจัดตำแหน่งสัญลักษณ์บาร์โค้ดบนเอกสารไว้ภายในบริเวณที่มีการสแกนลำแสงเลเซอร์
ลำแสงเลเซอร์จะยังเปิดใช้งานอยู่จนกว่าจะอ่านเสร็จเรียบร้อยหรือมีคำสั่งยกเลิกจากซอฟต์แวร์



รูปภาพ 1-1 ภาพด้านบนของลำแสงเลเซอร์
1 .ลำแสงเลเซอร์ข้ามผ่านที่เปิด Fascia ของ Terminal
2 .ลำแสงเลเซอร์มาถึงแท่นยึดซึ่งมีแถบบาร์โค้ดบน Fascia ของ Terminal
1.2 ความปลอดภัยของเลเซอร์
เครื่องสแกนบาร์โค้ดเป็นอุปกรณ์ที่จัดอยู่ในประเภท Class II ตามข้อจำกัดการปล่อยรังสีที่เข้าถึงได้ (Accessible Emission Limits) สำหรับผลิตภัณฑ์เลเซอร์ที่กำหนดขึ้นโดยศูนย์ควบคุมอุปกรณ์และสุขภาพด้านรังสีวิทยา (Center for Devices and Radiological Health หรือ CDRH) ขององค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration หรือ FDA)
การซ่อมบำรุงใด ๆ ก็ตามควรกระทำโดยหน่วยซ่อมของ Diebold (Diebold Service) แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น และเพื่อไม่ให้มีการละเมิดข้อกำหนดตามประมวลกฎหมายสหรัฐอเมริกา (Code of Federal Regulations) ลักษณะ 21, ส่วนที่ 1040, มาตรา 10 (21 CFR 1040.10) ตามที่กำหนดไว้โดย FDA/CDRH อย่าพยายามฝ่าฝืนข้อกำหนดเพื่อความปลอดภัย
มีฉลากเตือนซึ่งระบุุว่ามีแสงเลเซอร์ด้วย ข้อความแต่ละรายการบนฉลากจะแสดงอยู่ใน
รูปภาพ 1-2
รูปภาพ 1-2 ฉลากที่ติดไว้ด้านหลังเครื่อง Terminal

1 .ฉลากข้อควรระวังผลิตภัณฑ์เลเซอร์ Class II
2 .การปฏิบัติตามข้อบังคับเพื่อความปลอดภัยของเลเซอร์
ระดับการปล่อยรังสีจากเลเซอร์ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ การสัมผัสกับแหล่งกำเนิดแสงโดยไม่ตั้งใจจะไม่ทำให้สัญญาณเตือนดังขึ้น
เพื่อป้องกันไม่ให้สัมผัสกับแสงเลเซอร์เกินข้อจำกัดการปล่อยรังสีที่เข้าถึงได้ของ FDA/CDRH สำหรับเลเซอร์ประเภท Class II เครื่องสแกนบาร์โค้ดจึงมีคุณสมบัติการป้องกันข้อผิดพลาดในการสแกน มอเตอร์สแกนจะถูกตรวจสอบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ปิัดเลเซอร์ทันทีที่เกิดข้อผิดพลาดในการสแกน
วิธีเดียวที่จะเปิดลำแสงเลเซอร์คือการใช้คำสั่งซอฟต์แวร์ (คำสั่งเริ่มถอดรหัส - Start Decode) ที่ส่งไปยังเครื่องสแกนบาร์โค้ดผ่านอินเทอร์เฟสเพื่อการสื่อสารของ USB
และมีคำสั่งซอฟต์แวร์ (คำสั่งหยุดถอดรหัส - Stop Decode) เป็นตัวเลือกไปยังตัวลดทอนลำแสงเลเซอร์ เพื่อปิดลำแสงเลเซอร์ได้ทุกเมื่อ
ลูกค้าไม่จำเป็นต้องปรับหรือเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องแต่อย่างใด
หากเครื่องสแกนบาร์โค้ดทำงานผิดปกติไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม อย่าพยายามซ่อมแซมหรือเปิดตัวเครื่อง ขั้นตอนการบำรุงรักษาและการเปลี่ยนชิ้นส่วนต้องกระทำโดยบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมทางเทคนิคมาแล้วเท่านั้น
1.3 ขั้นตอนการอ่านรหัส
ผู้ใช้ควรวางบาร์โค้ดที่จะอ่านไว้ในที่ที่เหมาะสมเหนือแถบบาร์โค้ดบนแท่นที่ยึดไว้ ตามที่แสดงใน
รูปภาพ 1-1 ขอบของลำแสงเลเซอร์ (ประมาณร้อยละ 5 ของลำแสงแต่ละด้าน) จะไม่อ่านบาร์โค้ด จะมีบริเวณที่ว่าง (quiet zone) ในแต่ละด้านของบาร์โค้ด ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของบาร์โค้ดที่ใช้ในการอ่านรหัส ลำแสงควรจะข้ามผ่านแถบบาร์โค้ดและบริเวณที่ว่างด้านข้างทั้งหมด ตามที่แสดงใน รูปภาพ 1-3 โปรดดูตัวอย่างการอ่านบาร์โค้ดที่ไม่ถูกต้องจาก รูปภาพ 1-4

รูปภาพ 1-4 การอ่านรหัสบาร์โค้ดที่ไม่ถูกต้อง



การบำรุงรักษา
ลูกค้าไม่จำเป็นต้องปรับหรือเปลี่ยนประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องแต่อย่างใด
หากเครื่องสแกนบาร์โค้ดทำงานผิดปกติไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม อย่าพยายามซ่อมแซมหรือเปิดตัวเครื่อง
ขั้นตอนการบำรุงรักษาและการเปลี่ยนชิ้นส่วนต้องกระทำโดยบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมทางเทคนิคมาแล้วเท่านั้น

วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ภูหลวง


ประวัติความเป็นมา
ภูหลวงมีความหมายว่าเขาที่สูงใหญ่หรือมีความหมายถึงภูเขาของพระเจ้าแผ่นดินก็ได้ นับเป็นสิริมงคลนามที่บรรพบุรุษได้ตั้งชื่อไว้ เกิดจากการยกตัวของพื้นผิวโลก และดินส่วนที่อ่อนถูกพัดพาลงสู่พื้นที่ส่วนต่ำ คงเหลือหินซึ่งเป็นโครงสร้างส่วนที่แข็งไว้เป็นภูเขา ที่ดินในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงถูกกำหนดให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อวันที่ 18ธันวาคม พ.ศ. 2517 มีเนื้อที่ประมาณ 848 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 530,000 ไร่ ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอวังสะพุง อำเภอภูเรือ อำเภอด่านซ้าย และกิ่งอำเภอภูหลวง จังหวัดเลย และได้มีการกำหนดพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงขึ้นใหม่ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2534 เนื่องจากมีการผนวกพื้นที่เพิ่มเติมและเพิกถอนพื้นที่บางส่วน มีเนื้อที่ประมาณ 897 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 560,593 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศ
สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสูงใหญ่แนวเขตเริ่มจากระดับความสูงมาตรฐานปานกลางระดับน้ำทะเลประมาณ 400 เมตร ถึงยอดสูงสุดของภูหลวง 1,571 เมตร เทือกเขาซีกตะวันออกมีลักษณะเป็นภูเขาลูกใหญ่มีที่ราบบนหลังเขาระดับความสูง 1,200-1,500 เมตร เนื้อที่ประมาณ 100 กม.เทือกเขาซีกตะวันตกเป็นภูเขาลูกเล็ก ๆ ตั้งชันสลับซับซ้อนเป็นลูกคลื่นระดับความสูง 600-800 เมตร ลักษณะภูมิอากาศ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์ถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 20-24 องศาเซลเซียส ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนตุลาคม อุณหภูมิสูงกว่าฤดูร้อนเล็กน้อยหรือใกล้เคียงกัน ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกรกฎาคม อากาศหนาวจัดอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 8-16 องศาเซลเซียส โดยปกติแล้วในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมจะมีอุณหภูมิลดลงถึง 4-6 องศาเซลเซียส อยู่หลายวันและบางปีอุณหภูมิจะลดต่ำลงกว่าจุดเยือกแข็ง

ชนิดป่าและพรรณไม้ป่าไม้ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงแบ่งได้ดังนี้

1. ป่าดงดิบชื้น (Tropical Forest) เป็นป่าดงดิบที่อยู่ในระดับความสูง 400-800 เมตร พรรณไม้ส่วนใหญ่ไม่ผลัดใบ ชนิดไม้ที่ขึ้นอยู่ ได้แก่ พะวา ชะม่วง มะไฟป่า ตังหน เลือดควาย แซะ แดงน้ำ มะหาด กาลพฤกษ์ สมุย ค้อ ส้าน บุนนาค ราชพฤกษ์ ชมพู่ป่า ตะโก คายโซ่ ลำใยป่า มะค่าโมง ประดู่ ตะเคียนหิน เป็นต้น

2. ป่าดงดิบเขา (Hill Evergreen Forest) เป็นป่าดงดิบที่อยู่ในระดับความสูงตั้งแต่ 800 เมตรขึ้นไป ชนิดไม้ที่ขึ้นอยู่มี ยางควน สนทก่อแดง บุนนาค มะหาด สนแผง สนหางกระรอก ข่าต้นอบเชย ตะไคร่ต้น ก่วมแดง กระทุ่ม ซ้อ ทะโล้ ค่าขี้หมู เป็นต้น

3. ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduos Forest) พบป่าชนิดนี้ทางด้านตะวันออกท้องที่อำเภอ วังสะพุง และกิ่งอำเภอภูหลวง ไม้ที่ขึ้นอยู่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ เช่น ประดู่ มะค่าโมง แดง ยาง กะบก ตีนนก ตะแบกใหญ่ เป็นต้น

4. ป่าเต็งรัง (Dry Dipterocarp Forest) พบป่าชนิดนี้เป็นส่วนน้อยในท้องที่อำเภอวังสะพุง และอำเภอด่านซ้าย ไม้ที่ขึ้นอยู่ ได้แก่ เต็ง รัง เหียง ประดู่ ตระคร้อ ติ้ว มะขามป้อม รัก ตีนนก กะโน แค เป็นต้น

5. ป่าสนเขา (Coniferous Forest) พบป่าชนิดนี้ในที่ราบบนหลังเขาเป็นกลุ่ม ๆ กระจายอยู่ทั่วไป สนที่ขึ้นอยู่ส่วนมากเป็นสนสามใบ (Pinus khasya) ส่วนสนสองใบ ( Pinus Merkusii ) พบขึ้นกระจายเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยไม่หนาแน่น

6. ป่าไม้พุ่ม (Bush Forest) พื้นที่ดินของป่าชนิดนี้มักจะตื้นมีหินผุดโผล่ขึ้นทั่วไป พบป่าชนิดนี้ในที่ราบบนสันเขา พันธุ์ไม้ที่ขึ้นอยู่ ได้แก่ กุหลาบขาว กุหลาบแดง ส้มแปะ ประทัดแดง เง่าน้ำทิพย์ สนสร้อย และก่อดำ เป็นต้น

7. ทุ่งหญ้า (Savannah) เป็นทุ่งหญ้าคา พบอยู่ในที่ราบบนหลังเขาทั่วไป สัตว์ป่า สัตว์ป่าสงวน มีเหลืออยู่ 1 ชนิด คือ เลียงผา สัตว์ป่าคุ้มครอง มีช้าง กระทิง เสือโคร่ง เสือปลา กวางป่า หมีควาย อีเก้ง หมูป่า กระจง อีเห็นชนิดต่าง ๆ เม่นใหญ่ เม่นหางพวง หนูหริ่ง ไก่ฟ้าหลังขาว ไก่ป่า นกกางเขนน้ำ และนกอื่น ๆ ประมาณ 130 ชนิด เป็นต้น


จุดเด่นที่น่าสนใจ

1. อุณหภูมิของอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวอุณหภูมิจะลดลงใกล้ถึงจุดเยือกแข็งหรือต่ำกว่าจุดเยือกแข็งเกือบทุกปี

2. เป็นแหล่งที่มีพืชพรรณไม้ในที่สูงที่อุดมสมบูรณ์มาก มีกล้วยไม้ป่ามากกว่า 160 ชนิด มีพืชพรรณ ไม้ที่หายากหรือมีที่ภูหลวงเพียงแห่งเดียวหรือพืชพรรณไม้ที่ไม่ค่อยจะพบเห็น

3. สวนหินธรรมชาติที่ประกอบด้วยพืชพรรณไม้ดอกกล้วยไม้และพืชชั้นต่ำ เช่นลานสุริยัน และป่าหินภูเขา

4. หน้าผาที่สูงชันและทิวทัศน์ที่สวยงาม เช่น ผาสมเด็จ ผาเยือง และผาโหล่นแต้

5. ทุ่งดอกไม้ป่าที่สมบูรณ์และสวยงาม เช่นทุ่งกุหลาบแดง ทุ่งกุหลาบขาว

6. รอยเท้าไดโนเสาร์ ที่มีอายุประมาณ 120 ล้านปี

7. น้ำตกที่ตกจากหน้าผาที่สูงประมาณ 60 เมตร เช่นน้ำตกตาดเลย


สิ่งอำนวยความสะดวก

1. บ้านพักเรือนไม้ 6 หลัง แต่ละหลังมีห้องนอน 2 ห้อง ห้องน้ำ 2 ห้อง มีน้ำประปาและไฟฟ้า (ไฟฟ้ามีเฉพาะเวลากลางคืนถึง 21.00 น. ไม่อนุญาตให้ประกอบอาหารที่บ้านพัก)
2. เครื่องนอนประกอบด้วย ที่นอน หมอนและผ้าห่มนวม บ้านพักหลังละ 8 ที่


การเดินทาง
เส้นทางที่ 1 กรุงเทพฯ - จังหวัดสระบุรี - อำเภอสีคิ้ว - จังหวัดชัยภูมิ - อำเภอภูเขียว- อำเภอชุมแพ - อำเภอภูกระดึง - อำเภอสะพุง - จังหวัดเลย ระยะทางประมาณ 560 กิโลเมตร เส้นทางที่ 2 กรุงเทพฯ - จังหวัดสระบุรี - จังหวัดเพชรบูรณ์ - อำเภอหล่มสัก - อำเภอหล่มเก่า - อำเภอด่านซ้าย - อำเภอภูเรือ - จังหวัดเลย ระยะทางประมาณ 530 กิโลเมตร การเดินทางจากจังหวัดเลยไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงออกเดินทางจากตัวจังหวัดเลยไปตามเส้นทางสายจังหวัดเลย - อำเภอภูเรือ ระยะทาง 36 กิโลเมตร จะถึงบ้านสานตม แล้วแยกซ้ายที่บ้านสามตมไปอีก 18 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง สำหรับผู้ที่เดินทางโดยเส้นทางที่ 2 ถ้าไม่เข้าตัวจังหวัดเลย เมื่อเดินทางผ่านอำเภอภูเรือไปตามเส้นทางเข้าจังหวัดเลยได้ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร จะถึงบ้านสามตม แล้วแยกขวาที่บ้านสามตมไปเป็นระยะทาง 18 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง หมายเหตุ 1. กรมป่าไม้ไม่ให้เข้าไปใช้สถานที่นอกจากจะเข้าไปทำการศึกษาค้นคว้าหรือวิจัยทางด้านวิชาการ 2. การใช้สถานที่ทางด้านโหล่นแต้ เขตอำเภอวังสะพุงซึ่งจังหวัดเลยดำเนินกิจการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวติดต่อที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดเลย







วันจันทร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ระบบที่ถูกนำมาใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ

ระบบที่ถูกนำมาใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ •การเก็บและค้นหาข่าวสารด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ •การส่งข่าวสารด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ •การจัดทำระบบเวอร์ด โพรเซสซิ่งและการวางแผนของเอกสาร •การจัดระบบช่วยบริหารและเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัว การบันทึกตารางและกำหนดการประชุม การนัดพบ การเจรจาค้าขายในเรื่องต่าง ๆ •การติดต่อกับระบบสื่อสารข้อมูลหรือสถานให้บริการทางด้านข้อมูลอื่น ๆ จากภายนอก รวมทั้งการจัดระบบว้อยส์ โพรเซสซิ่ง

ระบบที่ถูกนำมาใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ

ระบบที่ถูกนำมาใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ
•การเก็บและค้นหาข่าวสารด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

•การส่งข่าวสารด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
•การจัดทำระบบเวอร์ด โพรเซสซิ่งและการวางแผนของเอกสาร
•การจัดระบบช่วยบริหารและเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนตัว การบันทึกตารางและกำหนดการประชุม การนัดพบ การเจรจาค้าขายในเรื่องต่าง ๆ
•การติดต่อกับระบบสื่อสารข้อมูลหรือสถานให้บริการทางด้านข้อมูลอื่น ๆ จากภายนอก รวมทั้งการจัดระบบว้อยส์ โพรเซสซิ่ง

วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

นำเสนองาน

สำนักงานอัตโนมัติ (Automated office) คืออะไร เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ และระบบสื่อสารอย่างไร ทำไมจึงต้องให้ความสนใจกับระบบสำนักงานอัตโนมัติสำนักงานนี้จะไม่ใช้กระดาษเลยเป็นจริง ได้หรือไม่ คำถามเหล่านี้มักจะได้ยินได้ฟังกันอยู่เสมอในสำนักงานแห่งหนึ่ง ผู้จัดการฝ่ายขายต้องการรู้ข้อมูลการขายสินค้าแต่ละชนิดว่ามีแนวโน้มอย่างไรเพื่อวางแผนการขาย แผนกขายจะมีรายละเอียดความต้องการสินค้าของลูกค้า ยุทธวิธีการขาย และให้ข้อมูลการขายนี้ แก่ฝ่ายการผลิตเพื่อเตรียมการผลิตสินค้าพร้อมทั้งส่งต่อให้กับพนักงานขายแต่ละคน เพื่อศึกษาจากตัวอย่างนี้จะเห็นว่า ผู้จัดการฝ่ายขายเกี่ยวข้องกับข้อมูลและการติดต่อสื่อสาร ซึ่งถ้ามีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยประมวลผลและสื่อสารข้อมูลก็จะทำอย่างรวดเร็ว คอมพิวเตอร ์และระบบสื่อสารจึงเป็นสิ่งสำคัญของธุรกิจและเป็นสิ่งที่ทำให้สำนักงานเปลี่ยนเป็นสำนักงานอัตโนมัติมากขึ้นและเมื่อมีการนำคอมพิวเตอร์ไปใช้ในแผนกและหน่วยงานต่าง ๆ พร้อมทั้งมีการต่อเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขององค์การในการดำเนินงานของแผนกและหน่วยงานขององค์การจะมีการแลกเปลี่ยนเอกสารและข้อมูลกันอยู่ตลอดเวลา เครือข่ายคอมพิวเตอร์จึงมีความสำคัญมากขึ้นในการดำเนินงานขององค์กร

ประโยชน์ของสำนักงานอัตโนมัติ
1. เพิ่มกำไร โดย OA ช่วยสร้าง ข้อความ และ ข้อมูล ที่ถูกต้อง และรวดเร็วยิ่งขึ้น
2. ประหยัดแรงงาน โดย OA ช่วยสร้าง จัดเรียง จัดเก็บ เอกสาร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ได้เปรียบคู่แข่งในเชิงพาณิชย์ ยืนหยัดในธุรกิจได้
4. เพิ่มคุณภาพงาน ให้แก่พนักงานทุกระดับ
5. เพิ่มประสิทธิภาพของสำนักงาน ลดค่าใช้จ่ายของสำนักงาน
6. การขยายขอบเขตบริการ ทำได้อย่างทั่วถึง นำไปสู่ ระบบ OA ที่สมบูรณ์แบบได้

เทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงาน
- เทคโนโลยีสารสนเทศ
- การจัดการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
- เทคโนโลยีที่ใช้ในสำนักงานอัตโนมัติ

http://www.yupparaj.ac.th/RoomNet2544/chittrakorn/Page/Body.htm
http://www.rta.mi.th/chukiat/story/MIS01.htm
http://www.geocities.com/kaewoa/oa1.html

วันจันทร์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551